EN

TH

ตลาดและโอกาสในธุรกิจ
เฮลท์แคร์ในประเทศไทย

เทรนด์ศัลยกรรมความงามโลก

 

ในปี พ.ศ. 2559 ตลาดศัลยกรรมความงามมีมูลค่าสูงถึง 26.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเติบโต
ที่อัตราเฉลี่ยต่อปีที่ 5.9% ภายในระยะเวลาที่คาดการณ์ โดยสาเหตุที่เป็นตัวกระตุ้นตลาดคือปัญหาสิว
และปัญหาผิวหนังที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก จำนวนประชากรสูงวัยขึ้นที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและความกังวล

เกี่ยวกับริ้วรอยและความผิดปกติต่าง ๆ ทางผิวหนังก็น่าจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระตุ้นการเติบโต
ของตลาดนี้ นอกจากนี้ ภาวะการเกิดมะเร็งเต้านมที่เพิ่มสูงขึ้นก็ทำให้ความต้องการในด้านการศัลยกรรม
เสริมหน้าอกและศัลยกรรมยกกระชับหน้าอกเพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน ความต้องการในการศัลยกรรม
ยกกระชับหน้าท้องและการดูดไขมันก็พุ่งสูงขึ้นด้วยจากจำนวนประชากรที่เป็นโรคอ้วนที่เพิ่มขึ้น
การเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิต ความสามารถในการจ่าย และเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้นก็ดูจะมี
ส่วนในการขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดศัลยกรรมเช่นกัน

 

ตลาดศัลยกรรมความงามในสหรัฐอเมริกา แยกประเภทหัตถการ
ปี พ.ศ. 2557 - 2568 (พันล้านเหรียญสหรัฐ)

 

ที่มา: https://www.grandviewresearch.com/industry-analysis/

 

 

ศัลยกรรมและหัตถการเพื่อความงามสามารถแบ่งเป็นประเภทกว้างๆ ได้ 2 ประเภท คือ
หัตถการที่มีการผ่าตัดและหัตถการที่ไม่มีการผ่าตัด หัตถการที่ถือเป็นการศัลยกรรมความงาม
เช่น ศัลยกรรมเสริมหน้าอก การดูดไขมัน ศัลยกรรมยกกระชับหน้าท้อง ศัลยกรรมหนังตา (ตาสองชั้น)
และศัลยกรรมยกกระชับหน้าอก ส่วนหัตถการที่ถือว่าไม่มีการผ่าตัด เช่น การฉีดโบทอกซ์
การฉีดสารเติมเต็มเข้าผิว เลเซอร์กำจัดขน การผลัดเซลล์ผิว เลเซอร์ฟื้นฟูผิว และการกรอผิว

 

จำนวนประชากรโลกที่สูงขึ้นยังส่งผลให้ความต้องการด้านการชะลอวัยและความงามเพิ่มสูงขึ้นไปด้วย
คุณสมบัติความยืดหยุ่น ความชุ่มชื่นและระดับความเป็นพิษต่ำกว่าสารตัวอื่น ทำให้ผลิตภัณฑ์จาก
กรดไฮยาลูรอนิคได้รับผลกระทบโดยตรงจากจำนวนการบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์นี้มากขึ้นเพื่อการ
ชะลอวัยแบบไม่รุนแรง

 

ตลาดเฮลท์แคร์ในประเทศไทย – โดยรวม

 

การบริการทางการแพทย์และสุขภาพถือเป็นบริการที่จำเป็นต่อการตอบรับความต้องการพื้นฐานของ
มนุษย์ ไม่เพียงในประเทศไทย แต่รวมถึงทุกแห่งทั่วโลก ในประเทศไทยมีหน่วยงานดูแลสุขภาพประมาณ
17,000 แห่ง และมีเพียง 343 แห่งที่เป็นของเอกชน ในช่วงปี พ.ศ. 2558 - 2560 ความต้องการโดยรวม
ในบริการด้านสุขภาพของประเทศไทย ทั้งจากโรงพยาบาลรัฐและเอกชน เพิ่มสูงขึ้นอย่างมั่นคงที่
อัตรา 5-6 % ต่อปี และยังคงเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆ ปี ในขณะที่ขีดความสามารถในการรองรับคนไข้ของ
คลินิกและโรงพยาบาลนั้นยังคงจำกัด ซึ่งเป็นจุดที่แสดงให้เห็นถึงโอกาสในตลาดสำหรับโรงพยาบาลเอกชน
ที่จะเติมเต็มในส่วนของการบริการด้านสุขภาพและโรงพยาบาลที่กำลังขาดแคลน

 

ที่มา: Thailand Industry Outlook 2016-2018: Krungsri Bank

นอกจากนี้ตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่แล้วประเทศไทยได้รับการจดจำไปทั่วโลกในฐานะประเทศแห่งการท่องเที่ยว
เชิงสุขภาพที่สำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยหลักๆ เป็นความได้เปรียบทางด้านราคา คุณภาพ
และการบริการ โดยเห็นได้จากสถานบริการพยาบาลแห่งใหม่ที่ได้รับการรับรองจำนวนเพิ่มมากขึ้น
ประเทศไทยเองก็ถือว่าเป็นประเทศที่มีธุรกิจการท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยเอื้อ
ประโยชน์ให้แก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยเป็นส่วนช่วยสนับสนุนการเติบโตและการเจาะตลาดนี้ หัตถการทางการแพทย์ต่าง ๆ ในประเทศไทยมักมีราคาถูกกว่าอเมริกาเหนือ (เช่น สหรัฐอเมริกา)
สิงคโปร์ และประเทศที่พัฒนาแล้วประเทศอื่นๆ ในยุโรป จริงๆ แล้ว มีกรณีที่ราคาหัตถการในไทยยังถือว่า
ถูกกว่าประเทศอื่นมาก แม้จะรวมค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พักและค่าเดินทางเข้าไปแล้ว

  ศัลยกรรมความงาม
ทั้งหมด

  หัตถการที่ไม่มี
การผ่าตัดทั้งหมด

  หัตถการทั้งหมด

  ทั่วโลก

  สหรัฐอเมริกา

  1,562,504

  2,747,676

  4,310,180

  18.40%

   บราซิล

  1,466,245

  961,290

  2,427,535

  10.40%

   ญี่ปุ่น

  294,396

  1,384,214

  1,678,610

  7.20%

   เม็กซิโก

  520,956

  515,662

  1,036,618

  4.40%

   อิตาลี

  301,895

  650,955

  952,830

  4.10%

   เยอรมัน

  290,932

  413,948

  704,880

  3.00%

   โคลอมเบีย

  346,140

  170,790

  516,930

  2.20%

   ไทย

  105,342

  23,056

  128,398

  0.50%

 

ข้อมูลจาก ISAPS (International Society of Aesthetic Plastic Surgery)

ทำไมต้องโรงพยาบาลเฉพาะทางและ
โอกาสทางการตลาด

 

นอกเหนือจากการมอบความปลอดภัยและประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมใน
ระหว่างการใช้บริการที่โรงพยาบาลแล้ว คุณภาพและความเชี่ยวชาญ
ทางการแพทย์ในสาขาเฉพาะทางต่างๆ ก็มีความสำคัญมากเช่นกัน
สำหรับสถานพยาบาลเอกชน สิ่งที่เป็นตัวขับเคลื่อนเกิดจากการที่คนไข้
ในสมัยนี้สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้อย่างง่ายดายตลอดเวลาผ่าน
ช่องทางออนไลน์ รวมถึงห้องแชทสำหรับคนไข้ เว็บบอร์ด การแสดง
ความคิดเห็นหรือบทวิจารณ์บนเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งสามารถเข้าถึงได้
ทางออนไลน์เช่นกัน ซึ่งสิ่งนี้เป็นความจริงสำหรับหัตถการที่คนไข้
สามารถเลือกได้ เช่น ศัลยกรรมความงาม ศัลยกรรมกระดูกและข้อ 
(ศัลยกรรมเปลี่ยนข้อ) นอกเหนือจากการให้บริการด้วยความชำนาญ
ในสาขาเฉพาะทางหรือหัตถการเฉพาะทางต่างๆ แล้ว โรงพยาบาล
เฉพาะทางจะมีหัตถการต่างๆ ในแต่ละสาขาพร้อมให้บริการมากกว่า
และในบางกรณียังมีตัวเลือกมากกว่าสำหรับหัตถการต่างๆ ด้วย
ทำให้สามารถลงลึกและขยายความกว้างในการให้บริการได้ พร้อมๆ
กับการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและแพทย์ที่มีความสามารถร่วมด้วย

 

จุดกำเนิดของโรงพยาบาลเฉพาะทางเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาเมื่อ 15 ปีก่อน
เดิมทีเกิดจากการตั้งใจควบคุมค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด ซึ่งเป็นความท้าทาย
คล้ายๆ กับสิ่งที่โรงพยาบาลทั่วไปในประเทศไทยกำลังประสบอยู่ทุกวันนี้
จุดได้เปรียบของโรงพยาบาลเฉพาะทางคือ สภาพแวดล้อมและตัวอาคาร
ล้วนถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการรักษาในสาขานั้น ๆ โดยเฉพาะ รวมถึง
การประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) จากการรวมรวบการรักษา
ในแขนงต่าง ๆ ที่มีความคล้ายคลึงเข้าไว้ในที่เดียวกัน และยังทำให้สามารถ
ให้บริการในสาขาเฉพาะทางนั้น ๆ ได้หลากหลายกว่าและลงลึกกว่าอีกด้วย
โรงพยาบาลเฉพาะทางยังสามารถรักษาและสรรหาแพทย์ได้ดีกว่าจาก
ขนาดฐานคนไข้ที่ใหญ่กว่าสำหรับหัตถการเฉพาะทาง จึงส่งเสริมให้
ความก้าวหน้าในสายอาชีพของแพทย์ที่โรงพยาบาลเฉพาะทางมั่นคง
และแข็งแรงกว่าด้วย

โรงพยาบาลเฉพาะทางทำให้การระบุความต้องการพิเศษของคนไข้
เป็นไปได้ด้วยการให้บริการตามที่คนไข้คาดหวังหรือเหนือกว่าที่คนไข้
คาดหวังในหลาย ๆ แง่มุม ซึ่งสำคัญอย่างมากสำหรับศัลยกรรมตกแต่ง
และเสริมความงาม ด้วยสภาพแวดล้อมของโรงพยาบาลเฉพาะทาง
คนไข้สามารถรับบริการแบบตัวต่อตัวหรือบริการที่รังสรรค์ขึ้นมาสำหรับ
คนไข้แต่ละท่านโดยเฉพาะ จุดนี้ทำให้โรงพยาบาลเฉพาะทางได้เปรียบมาก
มีคนไข้หลายท่านที่จำเป็นต้องได้รับการศัลยกรรมหลายหัตถการเพื่อ
ให้ได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง ดังนั้น การรักษาประสบการณ์ที่ดีของคนไข้
ไว้เสมอจึงทำให้มั่นใจได้ว่าคนไข้จะกลับมาเมื่อต้องการทำศัลยกรรมอื่นๆ
และยังทำให้ได้รับการแนะนำต่อหรือบทวิจารณ์ในทางบวกด้วย

 

ด้วยขนาดและการเจาะลึกในด้านการแพทย์เฉพาะทาง โรงพยาบาล
เฉพาะทางจึงปรับตัวเข้ากับกระแสหรือตลาดได้ดี และยังสามารถนำ
ขั้นตอนการทำงานแบบใหม่มาใช้ ซึ่งทำให้ทำงานได้เร็วกว่าโรงพยาบาล
ทั่วไปอีกด้วย

 

ที่มา: http://www.healthcaresuccess.com/blog/advertising/healthcare-marketing-trends-in-2017.html