ศัลยกรรมแปลงเพศ ด้วยเทคนิค SKIN GRAFT

ทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการแปลงเพศโรงพยาบาล ดับเบิลยูไอเอช อินเตอร์เนชั่นแนล นำทีมโดยนายแพทย์เชฏฐวุฒิ ตุลยพานิช พร้อมให้บริการศัลยกรรมแปลงเพศ ด้วยเทคนิค Skin graft ศัลยกรรมแปลงเพศด้วยลำไส้เทคนิคส่องกล้องที่ดับเบิลยูไอเอช เหนือกว่าด้วยจุดเด่น 3 ประการ คือ “แผลเล็ก” “เจ็บน้อยกว่า” “กลับไปใช้ชีวิตได้ไวกว่าเดิม” โดยยังคงผลลัพธ์จากเทคนิคศัลยกรรมแปลงเพศด้วยลำไส้แบบเดิม ด้วยความลึกของช่องคลอด 6-7 นิ้ว สารคัดหลั่ง และรูปลักษณะภายนอกที่เหมือนกับผู้หญิง

ทำไมต้องศัลยกรรมแปลงเพศ ด้วยเทคนิค skin graft

เทคนิคนี้ ศัลยแพทย์จะสร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชาย ร่วมกับใช้ผิวของถุงอัณฑะ ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ที่สวยงาม และชัดเจนยิ่งขึ้น ลักษณะภายนอกของอวัยวะเพศจะเปรียบเสมือนกับอวัยวะเพศหญิง และยังคงความรู้สึกในการบรรลุจุดสุดยอดได้ การผ่าตัดแปลงเพศชายเป็นหญิง ด้วยเทคนิคนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ผ่าตัดแปลงเพศชายเป็นหญิงครั้งแรก ที่มีผิวหนังองคชาตเดิมเพียงพอ มีความยาวขององคชาตมากกว่า 4 นิ้ว และไม่ได้ขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายแต่ละส่วนของอวัยวะเพศหญิง ประกอบด้วยดังนี้

  1. Mon veneris (Mon pubis)
  2. Clitoral hood
  3. Clitoris
  4. Clitoral frenulum
  5. Vestibule of the vulva
  6. Labia minora (inner labia)
  7. Labia majora (Outer labia)
  8. Urethral Opening
  9. Vaginal opening and posterior fourchette
  10. Vagina

สำหรับผู้ป่วยที่มีผิวถุงอัณฑะไม่เพียงพอ เนื่องจากได้รับยาฮอร์โมน หรือปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้ผิวหนังหดตัว เมื่อต้องการผิวหนังเพิ่มเติมในการบุหนังช่องคลอด ให้ได้ความลึกตามที่ต้องการ ศัลยแพทย์จะใช้ผิวหนังจากขาหนีบ มาเพิ่มได้ ทำให้สามารถได้ความลึกของช่องคลอด 6-7 นิ้ว แม้ว่าผู้ป่วยจะมีขนาดอวัยวะเพศที่เล็ก และสั้นก็ตาม

รายละเอียดการศัลยกรรมผ่าตัดแปลงเพศ ด้วยเทคนิค skin graft

ผลลัพธ์หลังการศัลยกรรมแปลงเพศ ด้วยเทคนิค skin graft

ก่อน

หลัง

การดูแลตนเองหลังการผ่าตัดแปลงเพศ

  1. ศัลยแพทย์จะทำการเย็บแผลด้วยความละเอียดอ่อนที่สุด เพื่อให้รูปลักษณ์ภายนอกออกมาสวยที่สุด
  2. เริ่มทำไดเลชั่นเพื่อคงความลึกช่องคลอด และความยืดหยุ่นของช่องคลอด ตามตารางที่เตรียมให้อย่างถูกต้องตามที่ศัลยแพทย์ และพยาบาลแนะนำ
  3. พักผ่อนให้เพียงพอ และพยายามไม่เครียดในช่วง 2 เดือนแรก หลังการผ่าตัด
  4. สามารถทำกิจกรรมเบาๆ ได้แต่ห้ามยกของหนักในช่วง 2 เดือนแรก หลังการผ่าตัด
  5. เดินเบาๆ ในช่วง 2 เดือนแรก เพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูหลังการผ่าตัด
  6. ค่อยๆ กลับมาทำงานได้โดยเริ่มจากงานเบาๆ
  7. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจทำให้แผลปริ แผลฉีก หรืออาการแทรกซ้อนของแผล เพื่อการฟื้นฟูที่ดีที่สุด
  8. ห้ามแหวก หรือยืดแคมนอก หรือแคมในประมาณ 3 เดือน หรือน้อยกว่าขึ้นอยู่กับคำแนะนำของคุณหมอ
  9. หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 3 เดือน หรือน้อยกว่าขึ้นอยู่กับคำแนะนำของคุณหมอ
  10. หลักเลี่ยงกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการยืดเหยียดเฉียบพลัน บริเวณที่ผ่าตัด เช่น โยคะ เต้นแอโรบิค พิลาทิส ว่ายน้ำประมาณ 3 เดือน
  11. หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก ไม่ว่าจะเป็น การปีนเขา ขี่ม้า ปั่นจักรยาน การขี่มอเตอร์ไซต์ ประมาณ 3 เดือน

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการศัลยกรรมแปลงเพศ ด้วยเทคนิค skin graft

เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย การศัลยกรรมแปลงเพศด้วยเทคนิค skin graft ข้อดี

ข้อดี

  • ไม่ต้องผ่าตัดเข้าไปในช่องท้อง และไม่เสี่ยงเป็นแผลนูนบริเวณหน้าท้อง
  • สามารถนำอวัยวะเพศเดิม (อวัยวะเพศชาย) ของผู้ป่วยมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
  • ใช้เวลาพักฟื้นร่างกายน้อยกว่าเทคนิคอื่นๆ

ข้อเสีย

  • เนื่องจากช่องคลอดไม่มีสารหล่อลื่น ทำให้เวลามีเพศสัมพันธ์ อาจจะเกอดบาดแผลที่เกิดจากการเสียดสี ดังนั้น จึงต้องใช้เจลหล่อลื่นทุกครั้ง เมื่อมีเพศสัมพันธ์
  • สำหรับผู้ป่วยที่มีผิวถุงอัณฑะไม่เพียงพอ เนื่องจากได้รับยาฮอร์โมน หรือปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้ผิวหนังหดตัว เมื่อต้องการผิวหนังเพิ่มเติม ในการบุหนังช่องคลอดให้ได้ความลึกตามที่ต้องการ ศัลยแพทย์จะใช้ผิวหนังจากขาหนีบ มาเพิ่มได้ ทำให้สามารถได้ความลึกของช่องคลอด 6-7 นิ้ว
  • เนื่องจากเนื้อเยื่อที่ใช้บุผนังช่องคลอดได้มาจากผิวหนังที่มีขน จึงทำให้ภายในช่องคลอดมีขนขึ้น วิธีป้องกันทำได้ด้วยการเลเซอร์กำจัดขน บริเวณผิวหนังรอบอวัยวะเพศอย่างน้อย 5 ครั้ง ก่อนทำการผ่าตัด

รู้ลึก รู้จริง ทุกเรื่องศัลยกรรม

ปรึกษาทางออนไลน์ ฟรี สามารถสอบถามได้ทุกเรื่อง

วันจันทร์ – วันอาทิตย์

08.00 น. – 20.00 น.